คำถามที่พบบ่อย

Q_A

ข้อควรรู้สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องรักษาเอ็นไขว้หน้าขาด

(Arthroscopic ACL reconstruction)

Q: เส้นเอ็นไขว้หน้า (anterior cruciate ligament หรือ ACL ) คืออะไร มีหน้าที่หลักคืออะไร?

A: เส้นเอ็นไขว้หน้า (anterior cruciate ligamentหรือACL ) เป็นเส้นเอ็นที่มีลักษณะเป็นแผ่นยืดที่อยู่แกนกลางในข้อเข่าเชื่อมระหว่างกระดูกหน้าแข้งและกระดูกต้นขา ทำหน้าที่สร้างความมั่นคงให้กับข้อเข่า ทำให้เข่ามั่นคงขณะที่เราวิ่ง หรือมีการบิดเข่าเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

nkshoulderdoc               nkshoulderdoc1

Q:สาเหตุของการบาดเจ็บเกิดจากอะไรบ้าง

A: ผู้ชายมักเกิดการบาดเจ็บจากการปะทะ หรือการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเคลื่อนตัวไปข้างหน้าในขณะที่เท้ายังยึดอยู่กับพื้น

ผู้หญิง มักจะเกิดการบาดเจ็บจากการกระโดด แล้วลงเหยียบพื้นในลักษณะเข่าเหยียดหรือเข่าบิดขณะหกล้ม

Q: อาการที่ชวนให้สงสัยว่ามีเอ็นไขว้หน้าขาด มีอะไรบ้าง

A: – เข่าบวมภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงภายหลังการบาดเจ็บ

  • ขยับข้อเข่าได้ลำบาก
  • เหยียด หรืองอเข่าได้ไม่สุด
  • ได้ยินเสียงดังของเอ็นขาดตอนที่ได้รับบาดเจ็บ
  • มีอาการเข่าทรุด หรือเข่าไม่มั่นคงเวลาเดินกลับตัวหรือเปลี่ยนทิศทางกระทันหัน
  • มีอาการปวดไม่สามารถเดินลงน้ำหนักเข่าข้างที่ได้รับบาดเจ็บ จนไม่สามารถเล่นกีฬาต่อได้

Q: วิธีการรักษา มีอะไรบ้าง

A: มีวิธีการรักษา  2แบบ คือการรักษาแบบผ่าตัด(surgery) และวิธีการรักษาแบบอนุรักษ์(conservative treatment)

 

Q: เมื่อไหร่ควรรักษาด้วยการผ่าตัด

A:      – เมื่อคุณเป็นนักกีฬา หรือคนที่ต้องทำงานคล่องแคล่ว ว่องไว หรือ

  • กรณีมีอาการเข่าทรุดเวลาเดินหรือกลับตัวเร็วๆ
  • ข้อเข่าล็อคเวลาเดินเนื่องจากอาการนี้บ่งบอกว่ามีการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกฉีกขาดร่วมด้วย ซึ่งการบาดเจ็บที่มีหมอนรองกระดูกฉีกขาดร่วมด้วยควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

 

Q: เวลาที่เหมาะสมในการเข้ารับการผ่าตัด ควรเป็นช่วงไหน

A: ข้อเข่าควรจะยุบบวม หรือข้อเข่าสามารถขยับได้ใกล้เคียงปกติ ไม่มีอาการข้อเข่าติด

 

Q: แล้วกรณีแบบไหนที่ควรรักษาด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์

A: ถ้าคุณใช้ชีวิตประจำวัน และมีกิจกรรมไม่รุนแรง โลดโผน  วิธีการรักษาคือ รับประทานยาต้านการอักเสบ และลดปวด ทำกายภาพบำบัดและบริหารกล้ามเนื้อรอบๆข้อเข่า นอกจากนี้ยังต้องพยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือกีฬาที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำได้อีก เพราะการบาดเจ็บจะทำให้มีการฉีกขาดเพิ่มเติมของอวัยวะอื่นๆในข้อเข่าเช่นหมอนรอข้อเข่า ซึ่งจะทำให้ให้เกิดโรคเข่าเสื่อมในอนาคตได้เร็วขึ้น

 

Q:การผ่าตัดมีวิธีการแบบไหนบ้าง

A: ชนิดของการผ่าตัดไม่แตกต่างกันมากนัก ปัจจุบันเป็นการผ่าตัดผ่านกล้องส่องข้อเข่า ทำให้แผลผ่าตัดเล็ก เจ็บตัวน้อย และฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเร็ว แต่ความแตกต่างอยู่ที่ชนิดของเส้นเอ็นที่แพทย์นำมาใช้ทดแทนเส้นเอ็นที่ขาด ปัจจุบันในเมืองไทยนิยมใช้เอ็นของผู้ป่วยเองได้แก่

  1. เส้นเอ็นลูกสะบ้าเข่า (bone patella tendon bone graft)
  2. เส้นเอ็นข้างเข่า(Hamstring graft)
  3. เส้นเอ็นเหนือสะบ้าเข่า(Quadriceps tendon)
  4. เส้นเอ็นบริเวณขา (peroneus tendon) ยังอยู่ในขั้นตอนติดตามศึกษาว่ามีผลต่อการทำงานของเท้าและข้อเท้าในระยะยาวหรือไม่

แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะเป็นผู้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายๆไปตามความเหมาะสม

 

Q :การผ่าตัดมีความเสี่ยงและมีความปลอดภัยขนาดไหน?

A: ในการผ่าตัดทุกชนิดย่อมมีความเสี่ยงจากการผ่าตัด ตั้งแต่ระดับร้ายแรงที่สุดคือ เสียชีวิต ทุพพลภาพ การบาดเจ็บต่อเส้นประสาท เส้นเลือด หัวใจขาดเลือด ปอดบวม แพ้ยา โรคเก่ากำเริบ รวมทั้งผลข้างเคียงจากการใช้ยา ซึ่งในปัจจุบันโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงดังกล่าวในการผ่าตัดซ่อมเส้นเอ็นไขว้หน้ามีน้อยมาก

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น เปอร์เซ็นต์
แผลเป็น และมีอาการชารอบแผล 100
อาการปวดเข่าด้านหน้า** 20
อาการเข่าติดขยับได้ไม่สุด** 20
เข่ามีอาการบวมหลังผ่าตัด 12
แผลอักเสบติดเชื้อ 4
การเคลื่อนไหว หรือเดินได้ช้า 4
เส้นเลือดดำอุดตัน 3
เจ็บบริเวณแผลผ่าตัด 2
การติดเชื้อในข้อเข่า 1
การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทอื่นๆ 1
การบาดเจ็บต่อเส้นเลือด 0.01
เสียชีวิต 0.005
**เป็นผลข้างเคียงที่สัมพันธ์กับเทคนิคและวิธีการผ่าตัด

Q: ภายหลังการผ่าตัดจะต้องดูแลยังไงบ้าง

A: การทำกายภาพบำบัดเป็นสิ่งที่จำเป็นภายหลังการผ่าตัด เพราะมีผลต่อความสำเร็จของการรักษา ถ้าไม่ปฏิบัติตามแผนการดูแลหลังการผ่าตัด อาจจะทำการผ่าตัดยากที่จะประสบผลสำเร็จ

ภายหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะมีบาดแผลจากการส่องกล้องข้อเข่าประมาณ 2-3 รู ร่วมกับมีบาดแผลความยาวประมาณ 1 นิ้ว จำนวน 1-2 แผล ลักษณะบาดแผลจะถูกเย็บปิดด้วยไหม หรือพลาสเตอร์ปิดแผลพันทับด้วยผ้ายางยืดและพัน cryocuff ซึ่งมีความเย็นเพื่อลดอาการปวดและลดบวม

ผู้ป่วยจะนอนพักฟื้นในห้องสังเกตอาการประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ก่อนถูกส่งตัวกลับห้องพัก

การผ่าตัดผู้ป่วยจะใช้ระยะเวลานอนในโรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นแพทย์แพทย์จะทำการเปลี่ยนผ้ายางยืดและทำความสะอาดแผล เมื่ออาการปวดลดลง ไม่จำเป็นต้องอาศัยยาฉีดจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ โดยให้ใส่อุปกรณ์พยุงเข่า( hinge knee brace) พร้อมไม้คำยันในการช่วยพยุงเดิน โดยจะได้รับการฝึกจากนักกายภาพบำบัดก่อนที่ให้กลับบ้าน

 

Q: เมื่อไหร่จะกลับไปทำงานได้

A:ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเข่าข้างขวา อาจจะมีปัญหาในการขับรถ ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเข่าข้างซ้าย จะสามารถขับรถเกียร์อัตโนมัติได้ตามระยะเวลาข้างล่าง ซึ่งจะบอกเวลาโดยประมาณที่ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้

ทำงานนั่งโต๊ะ                            2-3 สัปดาห์

ทำงานในออฟฟิศ                       2-3 สัปดาห์

ขับรถไปทำงาน                          4 สัปดาห์

ทำงานเบาๆ                              6-8 สัปดาห์

ทำงานหนักปานกลาง                3 เดือน

ทำงานหนัก                               4-5 เดือน